TheTham
จิตวิทยา

ลูกตัดขาดพ่อแม่ เกี่ยวกับนิสัยไหม งานวิจัยพบพ่อแม่ที่ "กระตือรือร้น" สูง เสี่ยงถูกลูกตัดขาดมากกว่า

ในครอบครัวที่ความสัมพันธ์ตึงเครียดอยู่แล้ว พ่อแม่ที่เป็นคนเปิดเผยและกระตือรือร้นสูงมีโอกาสถูกลูกตัดขาดมากกว่า ส่วนลูกที่ใจเปิดกว้างมีโอกาสตัดขาดน้อยกว่า

โดย กองบรรณาธิการ TheTham อ่าน 3 นาที
ภาพประกอบ: บ้านสองหลังบนเนินเขาคนละฝั่ง มีสะพานเชือกที่ขาดตรงกลาง
ภาพประกอบโดย TheTham (สร้างด้วย AI)

สรุปสั้น

  • นักวิจัยสำรวจพ่อแม่ 368 คนและลูกวัยผู้ใหญ่ 152 คนในสหรัฐฯ ที่ความสัมพันธ์ในครอบครัวตึงเครียดอยู่แล้ว เพื่อดูว่าใครแยกทางกันจริง
  • พ่อแม่ที่คะแนน "เปิดเผยชอบสังคม" สูง โดยเฉพาะด้านความกระตือรือร้น มีโอกาสถูกลูกตัดขาดมากกว่า
  • ลูกที่ใจเปิดกว้างต่อความคิดใหม่มีโอกาสตัดขาดพ่อแม่น้อยกว่ามาก แต่ผลยังเป็นงานเบื้องต้นและกลุ่มตัวอย่างมีข้อจำกัดหลายข้อ

การที่ลูกโตแล้วเลือกตัดขาดพ่อแม่ (หรือในทางกลับกัน) เป็นเรื่องที่เกิดกับคนราว 6–28% ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ตามที่งานวิจัยต่าง ๆ ประเมิน งานวิจัยใหม่ใน Frontiers in Psychology พบว่า ในครอบครัวที่ความสัมพันธ์ตึงเครียดอยู่แล้ว บุคลิกภาพมีส่วนบอกว่าครอบครัวไหนจะไปถึงขั้นตัดขาด พ่อแม่ที่กระตือรือร้นสูงเสี่ยงถูกตัดขาดมากกว่า ส่วนลูกที่ใจเปิดกว้างมีแนวโน้มประคองความสัมพันธ์ไว้ได้

ทำไมบางบ้านตึงแต่ไม่ขาด

งานก่อนหน้ามักอธิบายการตัดขาดด้วยเหตุใหญ่ เช่น การทารุณในวัยเด็ก การหย่าร้าง หรือการติดสารเสพติด บางงานชี้ว่าค่านิยมที่ต่างกันทำนายการตัดขาดได้ดี งานเชิงคุณภาพปี 2025 ยังเสนอว่าคนรุ่นใหม่มองครอบครัวแบบ "เครือญาติประชาธิปไตย" (democratized kinship) คือความผูกพันไม่ได้มาโดยอัตโนมัติ แต่ต้องมีความเคารพ ความรับผิดชอบ และความปลอดภัยทางใจ

แต่หลายครอบครัวก็เห็นต่างเรื่องการเมือง มีความทรงจำที่เจ็บปวด หรือคาดหวังกันไม่ตรง โดยไม่ได้ตัดขาดกัน แจ็ก กิลล์ (Jag S. Gill) จาก Adler University กับทีม จึงตั้งคำถามว่าบุคลิกภาพพื้นฐานช่วยอธิบายส่วนที่ขาดไปได้ไหม

วิธีศึกษา

ทีมวิจัยใช้แบบวัดบุคลิกภาพห้าองค์ประกอบ (Big Five) ได้แก่ ความเปิดเผยชอบสังคม ความเป็นมิตร ความรับผิดชอบ ความหวั่นไหวทางอารมณ์ และความเปิดรับประสบการณ์ แล้วส่งแบบสอบถามให้สมาชิกชุมชนออนไลน์ที่ช่วยเหลือครอบครัวซึ่งมีปัญหาการตัดขาด

จากผู้ได้รับเชิญราว 2,000 คน มีผู้ตอบครบ 520 คนในสหรัฐฯ เป็นพ่อแม่ 368 คน (อายุเฉลี่ย 60 ปี 93% เป็นผู้หญิง) และลูกวัยผู้ใหญ่ 152 คน (อายุเฉลี่ย 39 ปี) ซึ่งมาจากคนละครอบครัว นิยามว่า "ตัดขาด" คือเจอหน้าและติดต่อกันปีละครั้งหรือน้อยกว่า

ผลที่ได้

  • ฝั่งพ่อแม่: ความเปิดเผยชอบสังคมเป็นลักษณะเดียวที่เกี่ยวข้อง ทุกหนึ่งคะแนนที่เพิ่มขึ้น โอกาสถูกลูกตัดขาดสูงขึ้น 79% เมื่อแยกดูละเอียด ด้านที่เกี่ยวคือ ความกระตือรือร้น (enthusiasm) ไม่ใช่ความเจ้ากี้เจ้าการ
  • ฝั่งลูก: ความเปิดรับประสบการณ์เป็นลักษณะเดียวที่เกี่ยวข้อง ทุกหนึ่งคะแนนที่เพิ่มขึ้น โอกาสที่ลูกจะตัดขาดพ่อแม่ลดลง 78%
  • ลูกที่จบปริญญาโทหรือเอกมีโอกาสตัดขาดน้อยกว่าคนจบมัธยมในบางโมเดล แต่ผลนี้ไม่คงที่

ผู้วิจัยตีความว่า พ่อแม่ที่กระตือรือร้นสูงอาจอยากติดต่อบ่อยและแสดงอารมณ์มาก ซึ่งลูกที่ความสัมพันธ์ตึงอยู่แล้วอาจรู้สึกว่ามากเกินไปหรือไม่เคารพเส้นแบ่งของเขา ส่วนลูกที่ใจเปิดกว้างอาจยืดหยุ่นพอจะอยู่กับความเห็นต่างได้โดยไม่ต้องตัดขาด

ข้อจำกัดที่ควรรู้

งานนี้มีข้อจำกัดมาก ควรอ่านเป็นผลเบื้องต้น

  • เก็บข้อมูลครั้งเดียว จึงบอกไม่ได้ว่าบุคลิกภาพเป็นเหตุ การผ่านการตัดขาดมาแล้วอาจเปลี่ยนวิธีที่คนมองตัวเองด้วย
  • พ่อแม่กับลูกมาจากคนละบ้าน จึงดูไม่ได้ว่าบุคลิกของสองฝ่ายในบ้านเดียวกันกระทบกันอย่างไร
  • ทดสอบสถิติหลายรอบโดยไม่ได้ปรับโอกาสเจอผลบังเอิญ และกลุ่มลูกที่ตัดขาดจริงมีเพียง 53 คน
  • ผู้ตอบมาจากกลุ่มช่วยเหลือออนไลน์กลุ่มเดียว ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงผิวขาว คนที่จัดการปัญหาครอบครัวเงียบ ๆ อาจต่างจากนี้

มองจากครอบครัวไทย

ในสังคมไทย ความกตัญญูทำให้การตัดขาดพ่อแม่เป็นเรื่องที่พูดยาก หลายคนจึงเลือก "ห่างแบบเงียบ ๆ" แทน เช่น ย้ายไปทำงานไกล หรือโทรหาน้อยลง งานนี้ไม่ได้ศึกษาคนไทย แต่ข้อสังเกตเรื่องพ่อแม่ที่ "ห่วงมาก โทรบ่อย อยากรู้ทุกเรื่อง" อาจคุ้นหูหลายบ้าน ความกระตือรือร้นที่พ่อแม่ตั้งใจให้เป็นความรัก อาจถูกลูกรับรู้เป็นแรงกดดัน การคุยกันเรื่องความถี่และรูปแบบการติดต่อที่ทั้งสองฝ่ายสบายใจ อาจช่วยได้ก่อนที่ความตึงจะกลายเป็นการขาด

บทความนี้สรุปงานวิจัยเพื่อความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้ามีอาการหรือความกังวลเรื่องสุขภาพ ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ หากรู้สึกไม่ไหว โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา

  1. PsyPost: In strained families, extraverted parents are more likely to be cut off by their adult children (6 พ.ย. 2026)
  2. Gill, J. S., Barker, M. J. & Nienhuis, C. P. From strain to estrangement: the role of personality in predicting parent-child relational outcomes. Frontiers in Psychology
  • ครอบครัว
  • บุคลิกภาพ
  • ความสัมพันธ์
  • สุขภาพจิต

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

จิตวิทยา

วันไหนงานหนัก วันนั้นรักจางลง งานวิจัยติดตามคู่รัก 100 คู่ 14 วัน พบความเครียดนอกบ้านซึมเข้าความรัก

วันที่เจอเรื่องกวนใจนอกความสัมพันธ์มากกว่าปกติ คนเรารู้สึกรัก หลงใหล และใกล้ชิดกับคนรักน้อยลงในคืนนั้น ข่าวดีคือผลมีขนาดเล็กและผ่านไปได้

จิตวิทยา

แทงบอลถี่ ยิ่งมั่นใจเกินจริง งานวิจัยอธิบาย "วงจรอันตราย" ของการพนันกีฬาในแอป และทำไมคนโทษตัวเองถึงไม่ขอความช่วยเหลือ

การเดิมพันถี่ ๆ ในแอปปลุกความอยากเอาชนะ แล้วความอยากชนะทำให้มั่นใจในฝีมือทายผลเกินจริง เมื่อเสียหนัก คนที่โทษดวงกลับยอมขอความช่วยเหลือมากกว่าคนที่โทษตัวเอง

จิตวิทยา

แผ่เมตตาออนไลน์ 4 สัปดาห์ ไม่ช่วยลดปวดมากกว่าฝึกคลายกล้ามเนื้อ งานทดลองจาก Georgetown พบผลที่ไม่คาด

ทีมวิจัยหวังว่าเมตตาภาวนาจะทำให้คนรู้สึกมีเพื่อนมากขึ้นและทนความเจ็บปวดได้นานขึ้น แต่กลุ่มที่ฝึกคลายกล้ามเนื้อกลับรู้สึกว่ามีคนพึ่งพาได้มากกว่า

จิตวิทยา

"แอนไซตี้" ที่พูดกันทุกวัน กับโรควิตกกังวลจริง ต่างกันตรงไหน และเมื่อไหร่ควรไปหาผู้เชี่ยวชาญ

ความกังวลก่อนพรีเซนต์งานเป็นเรื่องปกติและมีประโยชน์ แต่ถ้ามันไม่หายไปหลังเรื่องจบ กินเวลาเป็นเดือน และเริ่มบีบชีวิตให้แคบลง นั่นอาจเป็นโรคที่รักษาได้ผลดี

ล่าสุด

แนวคิด

"นี่ไม่ใช่แค่คอร์ส แต่คือการเดินทาง" ทำไม AI ชอบเขียนแบบนี้ งานวิจัยชี้เป็นวาทศิลป์อายุ 2,000 ปี

ประโยคปฏิเสธแล้วยกระดับที่เจอบ่อยในข้อความจาก AI มีชื่อเรียกมาตั้งแต่ยุคซิเซโร งานวิจัยใหม่พบว่าโมเดลใช้มากเกินในสุนทรพจน์ แต่ใช้น้อยเกินในการตอบคำถามแบบสบาย ๆ

จิตวิทยา

ทำไมคนเราอยากลงโทษ งานวิจัยชนเผ่าในอินโดนีเซียกับคนอเมริกันพบ ใจเราอยากได้ทั้ง "ชดใช้" และ "เข็ดหลาบ"

ทั้งชาวเมนตาไวในป่าฝนอินโดนีเซียและชาวอเมริกันต้องการให้คนผิดคืนของที่เสียหาย แล้วจ่ายเพิ่มอีกนิดเพื่อไม่ให้ทำซ้ำ ความโกรธของเราคำนวณสองอย่างนี้พร้อมกัน

แนวคิด

ความเศร้าที่ไม่มีใครตาย ทำไมเลิกกับแฟน เพื่อนหาย หรือพ่อแม่เปลี่ยนไป ถึงเจ็บเหมือนสูญเสีย

นักปรัชญาจากมหาวิทยาลัยออสโลเสนอว่า ความโศกคือ "ความรักที่ไม่มีที่ไป" และความตายเป็นแค่หนึ่งในหลายเหตุของมัน

ปรัชญา

ต้นไม้ไร้ประโยชน์ของจวงจื่อ นิทาน 2,300 ปีที่ถามคนทำงานยุคนี้ว่า ต้องมีประโยชน์ตลอดเวลาจริงหรือ

ช่างไม้เดินผ่านต้นไม้ยักษ์ไปโดยไม่เหลียวมอง เพราะเนื้อไม้ใช้ทำอะไรไม่ได้ และนั่นคือเหตุผลที่มันรอดมาจนแก่เฒ่า

จิตวิทยา

ทัวร์ลงเพราะอะไร งานวิจัยเกาหลีพบ "ความสะใจ" กับ "อยากดูเป็นคนดี" อยู่เบื้องหลังการล่าแม่มดออนไลน์

ยิ่งรู้สึกสะใจเวลาเห็นคนผิดถูกประจาน ยิ่งเชื่อว่าการรุมประณามในโซเชียลช่วยสร้างความยุติธรรม