ทัวร์ลงเพราะอะไร งานวิจัยเกาหลีพบ "ความสะใจ" กับ "อยากดูเป็นคนดี" อยู่เบื้องหลังการล่าแม่มดออนไลน์
ยิ่งรู้สึกสะใจเวลาเห็นคนผิดถูกประจาน ยิ่งเชื่อว่าการรุมประณามในโซเชียลช่วยสร้างความยุติธรรม
สรุปสั้น
- นักอาชญาวิทยาเกาหลีใต้สำรวจผู้ใหญ่ 1,000 คน แบ่งเป็นคนที่ไม่เคยยุ่ง คนที่ตามดู และคนที่ลงมือประจานเอง
- คนที่ลงมือเองมีความสะใจและความอยากให้คนเห็นว่าตัวเองมีศีลธรรมสูงที่สุด และเชื่อมากที่สุดว่าการประจานได้ผล
- เป็นการสำรวจครั้งเดียว จึงบอกได้แค่ว่าสองอย่างนี้ไปด้วยกัน ยังบอกไม่ได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุ
งานวิจัย
ดอซุน คิม (Dosun Kim) และยอนซู คิม (Yeon Soo Kim) นักอาชญาวิทยาจากมหาวิทยาลัยดงกุก กรุงโซล สำรวจผู้ใหญ่ในเกาหลีใต้ 1,000 คน ที่เลือกมาให้เป็นตัวแทนประชากร ตีพิมพ์ในวารสาร Computers in Human Behavior
ผู้ตอบถูกแบ่งเป็นสามกลุ่ม
- ไม่เคยยุ่ง ไม่เคยเกี่ยวข้องกับการล่าแม่มดออนไลน์เลย
- คนดู เคยเปิดดูหรือค้นหาโพสต์ที่ประณามคนทำผิด
- ผู้ลงมือ เคยแชร์ข้อมูลส่วนตัวของคนอื่น เขียนคอมเมนต์กล่าวหา หรือโพสต์ประณามเอง
แล้ววัดแรงจูงใจสองอย่าง อย่างแรกคือ schadenfreude หรือความสะใจเมื่อเห็นคนอื่นเจอเรื่องร้าย อย่างที่สองคือ moral grandstanding หรือการหยิบเรื่องศีลธรรมขึ้นมาพูดเพื่อยกสถานะของตัวเอง ซึ่งแบ่งย่อยได้สองแบบ แบบแรกคืออยากให้คนเห็นว่าเราเป็นคนดี แบบที่สองคืออยากข่ม อยากมีอำนาจ อยากทำให้คนที่เห็นต่างอับอาย
ผลที่พบ
- ผู้ลงมือ มีความสะใจและความอยากดูเป็นคนดีสูงกว่าอีกสองกลุ่มชัดเจน และเชื่อมากที่สุดว่าการล่าแม่มดออนไลน์ได้ผล
- ทั้งในกลุ่มผู้ลงมือและคนดู ยิ่งสะใจมาก และยิ่งอยากให้คนเห็นว่าตัวเองมีศีลธรรม ก็ยิ่งเชื่อว่าการประจานช่วยสร้างความยุติธรรม ทำให้คนเกรงกลัว และอุดช่องโหว่ของกฎหมาย
- กลุ่มไม่เคยยุ่งมีความสะใจต่ำที่สุด แต่ในกลุ่มนี้ คนที่มีแรงจูงใจแบบอยากข่มคนอื่นกลับมีแนวโน้มเห็นด้วยกับการล่าแม่มด นักวิจัยตีความว่าบางคนอาจยืนยันว่าตัวเองเหนือกว่าทางศีลธรรมจากระยะที่ปลอดภัย แต่ย้ำว่าผลส่วนนี้ยังเป็นการสำรวจเบื้องต้น เพราะกลุ่มนี้มีคนน้อย
อ่านอย่างระวัง
- เป็นการสำรวจครั้งเดียว อาจเป็นไปได้ว่าการไปร่วมทัวร์ลงทำให้คนสะใจมากขึ้น ไม่ใช่ความสะใจทำให้คนไปร่วม
- คนอาจตอบแบบสอบถามให้ตัวเองดูดี
- คำว่า "ได้ผล" ในงานนี้คือความเชื่อของผู้ตอบ ไม่ใช่หลักฐานว่าการประจานช่วยลดการทำผิดได้จริง
- ศึกษาในเกาหลีใต้ ผลในไทยหรือบนแพลตฟอร์มอื่นอาจต่างออกไป
มองผ่านมุมไทย
โซเชียลไทยกับเกาหลีมีจุดคล้ายกัน คือคนจำนวนมากรู้สึกว่ากระบวนการยุติธรรมช้าหรือไม่ทั่วถึง โซเชียลจึงกลายเป็นศาลที่ตัดสินเร็วกว่า งานนี้ไม่ได้บอกว่าการเรียกร้องความยุติธรรมออนไลน์ผิดเสมอ แต่ชวนให้เราถามตัวเองก่อนกดแชร์ ว่าเรากำลังทำเพื่อความยุติธรรม หรือเพื่อความรู้สึกดีของตัวเอง
ที่มา
- PsyPost: The psychological motives driving internet justice and public shaming (1 พ.ย. 2026)
- Kim, D. & Kim, Y. S. Perceived effectiveness of online vigilantism: The role of schadenfreude and moral grandstanding. Computers in Human Behavior. doi:10.1016/j.chb.2026.109059