"นี่ไม่ใช่แค่คอร์ส แต่คือการเดินทาง" ทำไม AI ชอบเขียนแบบนี้ งานวิจัยชี้เป็นวาทศิลป์อายุ 2,000 ปี
ประโยคปฏิเสธแล้วยกระดับที่เจอบ่อยในข้อความจาก AI มีชื่อเรียกมาตั้งแต่ยุคซิเซโร งานวิจัยใหม่พบว่าโมเดลใช้มากเกินในสุนทรพจน์ แต่ใช้น้อยเกินในการตอบคำถามแบบสบาย ๆ
สรุปสั้น
- สำนวน "ไม่ใช่ X แต่คือ Y" ที่ AI ชอบใช้ คือวาทศิลป์ชื่อ epanorthosis หรือ correctio ซึ่งซิเซโรและควินทิเลียนบันทึกไว้ตั้งแต่ยุคโรมัน
- งานพรีพรินต์ที่ทดสอบกับโมเดล Claude สามขนาดพบว่า ในสุนทรพจน์โมเดลใช้สำนวนนี้มากกว่ามนุษย์เกินเท่าตัว แต่ในกระทู้ถามตอบกลับใช้น้อยกว่ามนุษย์มาก
- คำสั่งสั้น ๆ ให้เขียนแบบบอกตรง ลดการใช้ลงได้ราวสามในสี่ ผู้วิจัยเสนอให้ปรับให้พอดีกับมนุษย์ ไม่ใช่ลบทิ้ง
ใครอ่านข้อความที่ AI เขียนบ่อย ๆ คงคุ้นกับประโยคแบบ "นี่ไม่ใช่แค่คอร์สเรียน แต่คือการเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลง" งานวิจัยใหม่ชี้ว่า สำนวนนี้คือวาทศิลป์อายุกว่า 2,000 ปีชื่อ epanorthosis และพบว่าโมเดลภาษาใช้มันไม่พอดีกับมนุษย์ คือ มากเกินในงานบางประเภท และน้อยเกินในอีกประเภท พร้อมเสนอวิธีหรี่ระดับลง
วาทศิลป์ของนักพูดโรมัน
Epanorthosis มาจากรากศัพท์กรีกแปลว่า "การดัดให้ตรงอีกครั้ง" นักวาทศิลป์โรมันอย่างซิเซโร (Cicero) และควินทิเลียน (Quintilian) เรียกในภาษาละตินว่า correctio คือการย้อนกลับไปแก้คำที่เพิ่งพูด มีสามแบบหลัก
- ยกระดับ "เขาเก่ง ไม่สิ ยอดเยี่ยมเลย"
- ลดระดับ "มันคือหายนะ เอ่อ ก็แค่อุปสรรค"
- ทำให้แม่นขึ้น "เขาวิ่ง หรือพูดให้ถูกคือเดินเร็ว"
คนทั่วไปใช้สำนวนนี้ในชีวิตประจำวันด้วยคำอย่าง "คือ" "หมายถึง" "พูดให้ถูกคือ" แต่แชตบอตมักเลือกแบบยกระดับอย่างหวือหวา เช่น "เราไม่ได้ขายสินค้า เราสร้างประสบการณ์"
มาจากไหน
เฟเดอริโก บ็อกเจีย (Federico Boggia) ครูและผู้ฝึกอบรมชาวอิตาลี ผู้เขียนงานนี้ เสนอว่านิสัยนี้น่าจะมาจากการฝึกโมเดลสองขั้น ขั้นแรก โมเดลเรียนจากข้อความบนเว็บจำนวนมหาศาล ซึ่งมีงานเขียนโฆษณาอยู่เยอะ และสำนวนนี้ช่วยดึงความสนใจ (ผู้เขียนยอมรับว่ายังไม่ได้วัดข้อนี้) ขั้นที่สองคือการฝึกด้วยความชอบของมนุษย์ (RLHF) ที่คนให้คะแนนคำตอบ ซึ่งผู้เขียนคาดว่าผู้ให้คะแนนมักชอบประโยคที่ฟังดูมั่นใจและหนักแน่น
นอกจากนี้ โมเดลเขียนทีละคำโดยย้อนกลับไปลบไม่ได้ นิสัยที่เรียนมาจึงหลุดออกมาโดยไม่ผ่านการเกลา
วัดผลอย่างไร
บ็อกเจียสร้างโปรแกรมนับรูปประโยคตระกูล "ไม่ใช่ X แต่ Y" ทั้งภาษาอิตาลีและอังกฤษ แล้วเทียบข้อความมนุษย์ 7 ประเภทกับข้อความจากโมเดล Claude ของ Anthropic สามขนาด คือ Haiku, Sonnet และ Opus (บทความไม่ได้ระบุรุ่น) ข้อความมนุษย์มาจากวิกิพีเดีย ข่าว บทคัดย่องานวิชาการ นิยายของโคนัน ดอยล์ กระทู้ถามตอบ Stack Exchange ความเรียง On Liberty ของจอห์น สจวต มิลล์ และสุนทรพจน์ของลินคอล์นกับรูสเวลต์
ผลที่เด่นมีสองข้อ และไปคนละทาง
- สุนทรพจน์: โมเดลใช้ 33.5 ครั้งต่อหมื่นคำ เทียบกับมนุษย์ 14.9 ครั้ง หรือเกินสองเท่า ส่วนใหญ่มาจากโมเดลขนาดใหญ่ ส่วน Haiku ใช้ใกล้เคียงมนุษย์
- กระทู้ถามตอบ: โมเดลใช้เพียง 1.3 ครั้งต่อหมื่นคำ เทียบกับมนุษย์ 8.2 ครั้ง เพราะคนจริงมักแก้คำอธิบายของตัวเองระหว่างเขียน แต่โมเดลแทบไม่ทำ
อีก 5 ประเภทต่างกันไม่มีนัยสำคัญ และผู้เขียนยอมรับว่าเมื่อปรับสถิติสำหรับการทดสอบหลายประเภทพร้อมกัน ผลทั้งสองข้อก็ไม่ผ่านเกณฑ์เข้มงวด จึงเป็นเพียงสัญญาณแรก
หรี่ได้ไหม
ผู้เขียนลองหลายวิธี
- ใส่คำสั่งในพรอมต์ ประโยคเดียวที่บอกให้เขียนแบบบอกตรง ไม่ปฏิเสธแล้วยกระดับ ลดการใช้ในสุนทรพจน์ภาษาอิตาลีได้เกือบสามในสี่ (จาก 39.6 เหลือ 10.9 ต่อหมื่นคำ) ใกล้ระดับมนุษย์
- สร้างหลายคำตอบแล้วเลือกอันที่ใช้น้อยที่สุด ลดได้ราวสองในสาม
- ให้โมเดลเขียนใหม่ให้ตรงขึ้น ลดเหลือศูนย์ ซึ่งผู้เขียนมองว่า "เกิน" เพราะมนุษย์ก็ใช้สำนวนนี้อยู่บ้าง
- ฝึกเพิ่มแบบปรับระดับได้ บนโมเดลเปิด Qwen2.5-7B ปรับความแรงได้เหมือนหมุนปุ่ม ที่ระดับสามในสี่ อัตราในความเรียงลดลงมาเท่ามนุษย์พอดี
ผู้เขียนสรุปว่าเป้าหมายไม่ใช่ลบสำนวนนี้ทิ้ง เพราะการแก้คำตัวเองช่วยให้งานเขียนซื่อตรงและละเอียดขึ้น แต่ควรใช้ให้ถูกที่ พร้อมเตือนว่ามนุษย์เองอาจเริ่มติดนิสัยนี้จากเครื่องจักร
ข้อจำกัดที่ควรรู้
- เป็นพรีพรินต์ ยังไม่ผ่านการตรวจโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ตัวอย่างเล็กระดับนำร่อง
- ทดสอบโมเดลตระกูลเดียว จึงแยกไม่ได้ว่าเป็นนิสัยของ Claude หรือของโมเดลทุกค่าย
- ตัวนับภาษาอังกฤษไม่ได้ผ่านการตรวจความแม่นแยก และตัวนับภาษาอิตาลีเจอเพียงครึ่งเดียวของสำนวนจริง
- ข้อความมนุษย์หลายประเภทเป็นงานเขียนศตวรรษที่ 19–20 ซึ่งต่างยุคจากข้อความ AI
หมายเหตุ: TheTham ใช้ AI ช่วยในขั้นตอนการผลิตบางส่วน และงานนี้ทดสอบกับโมเดลของ Anthropic เราจึงเขียนผลตามที่รายงานโดยไม่ตีความเพิ่ม
มองจากภาษาไทย
ภาษาไทยมีสำนวนตระกูลนี้เยอะ ทั้ง "ไม่ใช่แค่...แต่คือ..." "มากกว่า...คือ..." และ "...ไม่สิ..." ช่วงหลังโพสต์การตลาดภาษาไทยที่มีกลิ่น AI ก็ใช้รูปนี้ถี่จนกลายเป็นลายเซ็น งานนี้ไม่ได้ศึกษาภาษาไทย แต่ทริกที่ใช้ได้ทันทีคือ เมื่อใช้ AI ช่วยเขียน ให้สั่งชัด ๆ ว่า "เขียนแบบบอกตรง ไม่ต้องปฏิเสธแล้วยกระดับ" แล้วอ่านทวนเอง เพราะประโยคที่ดีที่สุดมักเป็นประโยคที่บอกสิ่งที่เป็น ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ได้เป็น
ที่มา
- PsyPost: One of AI's most annoying writing habits has a 2,000-year-old history (6 พ.ย. 2026)
- Boggia, F. Artificial Epanorthosis: Why large language models overuse a classical rhetorical figure, and how to mitigate it. arXiv (พรีพรินต์ ยังไม่ผ่านการตรวจโดยผู้ทรงคุณวุฒิ)