TheTham
แนวคิด

"นี่ไม่ใช่แค่คอร์ส แต่คือการเดินทาง" ทำไม AI ชอบเขียนแบบนี้ งานวิจัยชี้เป็นวาทศิลป์อายุ 2,000 ปี

ประโยคปฏิเสธแล้วยกระดับที่เจอบ่อยในข้อความจาก AI มีชื่อเรียกมาตั้งแต่ยุคซิเซโร งานวิจัยใหม่พบว่าโมเดลใช้มากเกินในสุนทรพจน์ แต่ใช้น้อยเกินในการตอบคำถามแบบสบาย ๆ

โดย กองบรรณาธิการ TheTham อ่าน 4 นาที
ภาพประกอบ: ม้วนกระดาษโบราณกับหน้าจอแชตวางเคียงกัน มีลูกศรโค้งย้อนกลับเชื่อมสองฝั่ง
ภาพประกอบโดย TheTham (สร้างด้วย AI)

สรุปสั้น

  • สำนวน "ไม่ใช่ X แต่คือ Y" ที่ AI ชอบใช้ คือวาทศิลป์ชื่อ epanorthosis หรือ correctio ซึ่งซิเซโรและควินทิเลียนบันทึกไว้ตั้งแต่ยุคโรมัน
  • งานพรีพรินต์ที่ทดสอบกับโมเดล Claude สามขนาดพบว่า ในสุนทรพจน์โมเดลใช้สำนวนนี้มากกว่ามนุษย์เกินเท่าตัว แต่ในกระทู้ถามตอบกลับใช้น้อยกว่ามนุษย์มาก
  • คำสั่งสั้น ๆ ให้เขียนแบบบอกตรง ลดการใช้ลงได้ราวสามในสี่ ผู้วิจัยเสนอให้ปรับให้พอดีกับมนุษย์ ไม่ใช่ลบทิ้ง

ใครอ่านข้อความที่ AI เขียนบ่อย ๆ คงคุ้นกับประโยคแบบ "นี่ไม่ใช่แค่คอร์สเรียน แต่คือการเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลง" งานวิจัยใหม่ชี้ว่า สำนวนนี้คือวาทศิลป์อายุกว่า 2,000 ปีชื่อ epanorthosis และพบว่าโมเดลภาษาใช้มันไม่พอดีกับมนุษย์ คือ มากเกินในงานบางประเภท และน้อยเกินในอีกประเภท พร้อมเสนอวิธีหรี่ระดับลง

วาทศิลป์ของนักพูดโรมัน

Epanorthosis มาจากรากศัพท์กรีกแปลว่า "การดัดให้ตรงอีกครั้ง" นักวาทศิลป์โรมันอย่างซิเซโร (Cicero) และควินทิเลียน (Quintilian) เรียกในภาษาละตินว่า correctio คือการย้อนกลับไปแก้คำที่เพิ่งพูด มีสามแบบหลัก

  • ยกระดับ "เขาเก่ง ไม่สิ ยอดเยี่ยมเลย"
  • ลดระดับ "มันคือหายนะ เอ่อ ก็แค่อุปสรรค"
  • ทำให้แม่นขึ้น "เขาวิ่ง หรือพูดให้ถูกคือเดินเร็ว"

คนทั่วไปใช้สำนวนนี้ในชีวิตประจำวันด้วยคำอย่าง "คือ" "หมายถึง" "พูดให้ถูกคือ" แต่แชตบอตมักเลือกแบบยกระดับอย่างหวือหวา เช่น "เราไม่ได้ขายสินค้า เราสร้างประสบการณ์"

มาจากไหน

เฟเดอริโก บ็อกเจีย (Federico Boggia) ครูและผู้ฝึกอบรมชาวอิตาลี ผู้เขียนงานนี้ เสนอว่านิสัยนี้น่าจะมาจากการฝึกโมเดลสองขั้น ขั้นแรก โมเดลเรียนจากข้อความบนเว็บจำนวนมหาศาล ซึ่งมีงานเขียนโฆษณาอยู่เยอะ และสำนวนนี้ช่วยดึงความสนใจ (ผู้เขียนยอมรับว่ายังไม่ได้วัดข้อนี้) ขั้นที่สองคือการฝึกด้วยความชอบของมนุษย์ (RLHF) ที่คนให้คะแนนคำตอบ ซึ่งผู้เขียนคาดว่าผู้ให้คะแนนมักชอบประโยคที่ฟังดูมั่นใจและหนักแน่น

นอกจากนี้ โมเดลเขียนทีละคำโดยย้อนกลับไปลบไม่ได้ นิสัยที่เรียนมาจึงหลุดออกมาโดยไม่ผ่านการเกลา

วัดผลอย่างไร

บ็อกเจียสร้างโปรแกรมนับรูปประโยคตระกูล "ไม่ใช่ X แต่ Y" ทั้งภาษาอิตาลีและอังกฤษ แล้วเทียบข้อความมนุษย์ 7 ประเภทกับข้อความจากโมเดล Claude ของ Anthropic สามขนาด คือ Haiku, Sonnet และ Opus (บทความไม่ได้ระบุรุ่น) ข้อความมนุษย์มาจากวิกิพีเดีย ข่าว บทคัดย่องานวิชาการ นิยายของโคนัน ดอยล์ กระทู้ถามตอบ Stack Exchange ความเรียง On Liberty ของจอห์น สจวต มิลล์ และสุนทรพจน์ของลินคอล์นกับรูสเวลต์

ผลที่เด่นมีสองข้อ และไปคนละทาง

  • สุนทรพจน์: โมเดลใช้ 33.5 ครั้งต่อหมื่นคำ เทียบกับมนุษย์ 14.9 ครั้ง หรือเกินสองเท่า ส่วนใหญ่มาจากโมเดลขนาดใหญ่ ส่วน Haiku ใช้ใกล้เคียงมนุษย์
  • กระทู้ถามตอบ: โมเดลใช้เพียง 1.3 ครั้งต่อหมื่นคำ เทียบกับมนุษย์ 8.2 ครั้ง เพราะคนจริงมักแก้คำอธิบายของตัวเองระหว่างเขียน แต่โมเดลแทบไม่ทำ

อีก 5 ประเภทต่างกันไม่มีนัยสำคัญ และผู้เขียนยอมรับว่าเมื่อปรับสถิติสำหรับการทดสอบหลายประเภทพร้อมกัน ผลทั้งสองข้อก็ไม่ผ่านเกณฑ์เข้มงวด จึงเป็นเพียงสัญญาณแรก

หรี่ได้ไหม

ผู้เขียนลองหลายวิธี

  • ใส่คำสั่งในพรอมต์ ประโยคเดียวที่บอกให้เขียนแบบบอกตรง ไม่ปฏิเสธแล้วยกระดับ ลดการใช้ในสุนทรพจน์ภาษาอิตาลีได้เกือบสามในสี่ (จาก 39.6 เหลือ 10.9 ต่อหมื่นคำ) ใกล้ระดับมนุษย์
  • สร้างหลายคำตอบแล้วเลือกอันที่ใช้น้อยที่สุด ลดได้ราวสองในสาม
  • ให้โมเดลเขียนใหม่ให้ตรงขึ้น ลดเหลือศูนย์ ซึ่งผู้เขียนมองว่า "เกิน" เพราะมนุษย์ก็ใช้สำนวนนี้อยู่บ้าง
  • ฝึกเพิ่มแบบปรับระดับได้ บนโมเดลเปิด Qwen2.5-7B ปรับความแรงได้เหมือนหมุนปุ่ม ที่ระดับสามในสี่ อัตราในความเรียงลดลงมาเท่ามนุษย์พอดี

ผู้เขียนสรุปว่าเป้าหมายไม่ใช่ลบสำนวนนี้ทิ้ง เพราะการแก้คำตัวเองช่วยให้งานเขียนซื่อตรงและละเอียดขึ้น แต่ควรใช้ให้ถูกที่ พร้อมเตือนว่ามนุษย์เองอาจเริ่มติดนิสัยนี้จากเครื่องจักร

ข้อจำกัดที่ควรรู้

  • เป็นพรีพรินต์ ยังไม่ผ่านการตรวจโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ตัวอย่างเล็กระดับนำร่อง
  • ทดสอบโมเดลตระกูลเดียว จึงแยกไม่ได้ว่าเป็นนิสัยของ Claude หรือของโมเดลทุกค่าย
  • ตัวนับภาษาอังกฤษไม่ได้ผ่านการตรวจความแม่นแยก และตัวนับภาษาอิตาลีเจอเพียงครึ่งเดียวของสำนวนจริง
  • ข้อความมนุษย์หลายประเภทเป็นงานเขียนศตวรรษที่ 19–20 ซึ่งต่างยุคจากข้อความ AI

หมายเหตุ: TheTham ใช้ AI ช่วยในขั้นตอนการผลิตบางส่วน และงานนี้ทดสอบกับโมเดลของ Anthropic เราจึงเขียนผลตามที่รายงานโดยไม่ตีความเพิ่ม

มองจากภาษาไทย

ภาษาไทยมีสำนวนตระกูลนี้เยอะ ทั้ง "ไม่ใช่แค่...แต่คือ..." "มากกว่า...คือ..." และ "...ไม่สิ..." ช่วงหลังโพสต์การตลาดภาษาไทยที่มีกลิ่น AI ก็ใช้รูปนี้ถี่จนกลายเป็นลายเซ็น งานนี้ไม่ได้ศึกษาภาษาไทย แต่ทริกที่ใช้ได้ทันทีคือ เมื่อใช้ AI ช่วยเขียน ให้สั่งชัด ๆ ว่า "เขียนแบบบอกตรง ไม่ต้องปฏิเสธแล้วยกระดับ" แล้วอ่านทวนเอง เพราะประโยคที่ดีที่สุดมักเป็นประโยคที่บอกสิ่งที่เป็น ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ได้เป็น

ที่มา

  1. PsyPost: One of AI's most annoying writing habits has a 2,000-year-old history (6 พ.ย. 2026)
  2. Boggia, F. Artificial Epanorthosis: Why large language models overuse a classical rhetorical figure, and how to mitigate it. arXiv (พรีพรินต์ ยังไม่ผ่านการตรวจโดยผู้ทรงคุณวุฒิ)
  • ปัญญาประดิษฐ์
  • ภาษา
  • วาทศิลป์
  • การเขียน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

แนวคิด

ความเศร้าที่ไม่มีใครตาย ทำไมเลิกกับแฟน เพื่อนหาย หรือพ่อแม่เปลี่ยนไป ถึงเจ็บเหมือนสูญเสีย

นักปรัชญาจากมหาวิทยาลัยออสโลเสนอว่า ความโศกคือ "ความรักที่ไม่มีที่ไป" และความตายเป็นแค่หนึ่งในหลายเหตุของมัน

แนวคิด

ดูข่าวแล้วใจหาย ไม่ใช่แค่เหนื่อย แต่อาจเป็น "ความโศกต่อบ้านเมือง" กับห้าระยะที่หลายคนกำลังผ่าน

นักเขียนใน Psyche เสนอคำว่า civic grief ให้กับความรู้สึกเมื่อคุณค่าที่เคยเชื่อร่วมกันในสังคมพังลง และเล่าผ่านห้าระยะของความโศก ตั้งแต่ปฏิเสธจนถึงยอมรับแล้วลงมือ

ปรัชญา

ขอไม่ใช้ AI ในงานด้วยเหตุผลทางความเชื่อ พนักงานมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ได้รับข้อยกเว้น ชวนถามว่าการคิดเองเป็นเรื่องศีลธรรมไหม

เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเคนทักกีที่นับถือแนวคิดมนุษยนิยม ขอยกเว้นการใช้ AI โดยอ้างกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพทางศาสนา และได้รับอนุมัติ เพราะเขาเชื่อว่าการคิดเองคือส่วนหนึ่งของการเป็นคนดี

จิตวิทยา

ทำไมคนเราอยากลงโทษ งานวิจัยชนเผ่าในอินโดนีเซียกับคนอเมริกันพบ ใจเราอยากได้ทั้ง "ชดใช้" และ "เข็ดหลาบ"

ทั้งชาวเมนตาไวในป่าฝนอินโดนีเซียและชาวอเมริกันต้องการให้คนผิดคืนของที่เสียหาย แล้วจ่ายเพิ่มอีกนิดเพื่อไม่ให้ทำซ้ำ ความโกรธของเราคำนวณสองอย่างนี้พร้อมกัน

ล่าสุด

จิตวิทยา

แทงบอลถี่ ยิ่งมั่นใจเกินจริง งานวิจัยอธิบาย "วงจรอันตราย" ของการพนันกีฬาในแอป และทำไมคนโทษตัวเองถึงไม่ขอความช่วยเหลือ

การเดิมพันถี่ ๆ ในแอปปลุกความอยากเอาชนะ แล้วความอยากชนะทำให้มั่นใจในฝีมือทายผลเกินจริง เมื่อเสียหนัก คนที่โทษดวงกลับยอมขอความช่วยเหลือมากกว่าคนที่โทษตัวเอง

จิตวิทยา

วันไหนงานหนัก วันนั้นรักจางลง งานวิจัยติดตามคู่รัก 100 คู่ 14 วัน พบความเครียดนอกบ้านซึมเข้าความรัก

วันที่เจอเรื่องกวนใจนอกความสัมพันธ์มากกว่าปกติ คนเรารู้สึกรัก หลงใหล และใกล้ชิดกับคนรักน้อยลงในคืนนั้น ข่าวดีคือผลมีขนาดเล็กและผ่านไปได้

จิตวิทยา

ลูกตัดขาดพ่อแม่ เกี่ยวกับนิสัยไหม งานวิจัยพบพ่อแม่ที่ "กระตือรือร้น" สูง เสี่ยงถูกลูกตัดขาดมากกว่า

ในครอบครัวที่ความสัมพันธ์ตึงเครียดอยู่แล้ว พ่อแม่ที่เป็นคนเปิดเผยและกระตือรือร้นสูงมีโอกาสถูกลูกตัดขาดมากกว่า ส่วนลูกที่ใจเปิดกว้างมีโอกาสตัดขาดน้อยกว่า

จิตวิทยา

แผ่เมตตาออนไลน์ 4 สัปดาห์ ไม่ช่วยลดปวดมากกว่าฝึกคลายกล้ามเนื้อ งานทดลองจาก Georgetown พบผลที่ไม่คาด

ทีมวิจัยหวังว่าเมตตาภาวนาจะทำให้คนรู้สึกมีเพื่อนมากขึ้นและทนความเจ็บปวดได้นานขึ้น แต่กลุ่มที่ฝึกคลายกล้ามเนื้อกลับรู้สึกว่ามีคนพึ่งพาได้มากกว่า

ปรัชญา

ต้นไม้ไร้ประโยชน์ของจวงจื่อ นิทาน 2,300 ปีที่ถามคนทำงานยุคนี้ว่า ต้องมีประโยชน์ตลอดเวลาจริงหรือ

ช่างไม้เดินผ่านต้นไม้ยักษ์ไปโดยไม่เหลียวมอง เพราะเนื้อไม้ใช้ทำอะไรไม่ได้ และนั่นคือเหตุผลที่มันรอดมาจนแก่เฒ่า