TheTham
จิตวิทยา

"แอนไซตี้" ที่พูดกันทุกวัน กับโรควิตกกังวลจริง ต่างกันตรงไหน และเมื่อไหร่ควรไปหาผู้เชี่ยวชาญ

ความกังวลก่อนพรีเซนต์งานเป็นเรื่องปกติและมีประโยชน์ แต่ถ้ามันไม่หายไปหลังเรื่องจบ กินเวลาเป็นเดือน และเริ่มบีบชีวิตให้แคบลง นั่นอาจเป็นโรคที่รักษาได้ผลดี

โดย กองบรรณาธิการ TheTham อ่าน 4 นาที
ภาพประกอบ: หัวใจเต้นแรงเล็ก ๆ ทางซ้าย ค่อย ๆ กลายเป็นพายุก้อนใหญ่ทางขวา บนเส้นไล่ระดับสี
ภาพประกอบโดย TheTham (สร้างด้วย AI)

สรุปสั้น

  • อินเดีย สเตอร์จิส นักข่าวที่เคยป่วยเป็นโรควิตกกังวลทั่วไปและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล เขียนใน Psyche ว่าการใช้คำว่าแอนไซตี้พร่ำเพรื่อ ทำให้คนมองข้ามอาการที่หนักจริง
  • นักจิตวิทยาที่เธอสัมภาษณ์ชี้ว่า สิ่งที่แยกโรคออกจากความกังวลปกติคือความรุนแรง ความนาน และผลต่อการใช้ชีวิต โดยเฉพาะเมื่ออาการไม่หายแม้เรื่องที่กังวลผ่านไปแล้ว
  • โรควิตกกังวลพบบ่อยแต่รักษาได้ผลดี ทั่วโลกมีผู้ป่วยเพียงราวหนึ่งในสี่ที่ได้รับการรักษา และการฟื้นตัวใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี ไม่ใช่ไม่กี่วัน

ทุกวันนี้คำว่า "แอนไซตี้" "เทราม่า" หรือ "โอซีดี" ถูกใช้ในบทสนทนาทั่วไปจนชิน ทำแก้วหกต่อหน้าคนอื่นก็บอกว่า "เทราม่า" ได้ยินเสียงดังก็บอกว่า "แอนไซตี้ขึ้น" อินเดีย สเตอร์จิส (India Sturgis) นักข่าวชาวอังกฤษ เขียนใน Psyche ว่าการใช้คำแบบนี้ทำให้เราประเมินความหนักของโรควิตกกังวลจริงต่ำเกินไป และเสนอวิธีแยกความกังวลปกติออกจากอาการที่ควรได้รับการรักษา

เธอพูดจากประสบการณ์ตรง ในปี 2019 เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรควิตกกังวลทั่วไป (GAD) โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD) และนอนไม่หลับเรื้อรัง จนต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลจิตเวช

ความกังวลเป็นเรื่องดี จนถึงจุดหนึ่ง

สเตอร์จิสไม่ได้บอกว่าความกังวลเป็นศัตรู มันช่วยให้ตัดสินใจเร็ว ประเมินความเสี่ยง และทำผลงานได้ดีในเวลาสำคัญ เธอยกคำของไทเกอร์ วูดส์ นักกอล์ฟ ที่บอกว่า วันที่เขาไม่ตื่นเต้นก่อนลงแข่งคือวันที่เขาจะเลิกเล่น

ปัญหาคือการเอาความกังวลชั่วคราวไปเรียกด้วยภาษาของโรค ซึ่งไม่ช่วยใคร โดยเฉพาะคนที่ป่วยจริง

เส้นแบ่งอยู่ตรงไหน

เอเลนา ตูโรนี (Elena Touroni) นักจิตวิทยาที่ปรึกษา อธิบายว่าเรามักสับสนเพราะคำว่าวิตกกังวลครอบคลุมตั้งแต่ใจเต้นก่อนพรีเซนต์ ไปจนถึงความกังวลที่กำหนดทุกการตัดสินใจ ทำให้โลกแคบลง และกระทบการนอน ความสัมพันธ์ และการใช้ชีวิต

เธอบอกว่า สิ่งที่แยกโรคออกมาไม่ใช่การมีความคิดกังวลหรือใจหวิว แต่คือสิ่งที่เกิดกับมันเมื่อเวลาผ่านไป

  • อาการ รุนแรงและต่อเนื่องกว่า
  • อาการ ไม่หายไปเมื่อสิ่งที่กังวลผ่านไปแล้ว ระบบประสาทค้างอยู่ในโหมดตื่นตัว หรือเริ่มทำงานเองโดยไม่มีตัวกระตุ้นชัดเจน
  • ถ้าเป็นแบบนี้ นานหกเดือนขึ้นไป ผู้เชี่ยวชาญจะพิจารณาจริงจังว่าอาจเป็นโรควิตกกังวล
  • แพทย์ดูทั้งระยะเวลา ความรุนแรง และ ผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

ตูโรนียังพบบ่อยว่าคนแบกความกังวลระดับสูงมาหลายปีโดยไม่รู้ตัว เพราะปรับตัวจนมันกลายเป็น "ค่าปกติ" ของตัวเอง

ตัวเลขที่ควรรู้

ตามที่บทความอ้าง โรควิตกกังวลเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่พบบ่อยที่สุด คนราวหนึ่งในสามจะเป็นในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ข้อมูลจาก NHS อังกฤษชี้ว่าผู้ใหญ่ราว 7.5% กำลังเป็นโรควิตกกังวลทั่วไป แต่ทั่วโลกมีผู้ป่วยเพียงราวหนึ่งในสี่ที่ได้รับการรักษา ทั้งที่ตูโรนีบอกว่า โรควิตกกังวลเป็นภาวะที่รักษาได้ผลดีที่สุดกลุ่มหนึ่ง

ประสบการณ์ของผู้เขียน

สเตอร์จิสเล่าว่าเธอทนกับอาการนอนไม่หลับและความกังวลแบบเป็น ๆ หาย ๆ นานถึงเจ็ดปีก่อนจะขอความช่วยเหลือจริงจัง ตอนนั้นเธอนอนได้คืนละราวสามชั่วโมงหลายคืนต่อสัปดาห์ เริ่มมีอาการแพนิกตอนกลางคืน ป่วยบ่อยเพราะภูมิคุ้มกันอ่อน และกังวลกับความกังวลของตัวเองจนไม่อยากออกจากบ้าน

สิ่งที่ช่วยเธอคือการได้ออกจากสภาพแวดล้อมเดิมช่วงสั้น ๆ ยาตามที่แพทย์สั่ง การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT) และการเรียนรู้ว่าความวิตกกังวลแบบป่วยทำงานอย่างไรในร่างกายและจิตใจ ปัจจุบันเธอดูแลตัวเองด้วยการให้ความสำคัญกับการนอน จัดสมดุลงานกับชีวิต กินดี ปฏิเสธเป็น และใจดีกับตัวเอง

หายขาดไหม

นิก เกรย์ (Nick Grey) นักจิตวิทยา ตอบตรง ๆ ว่า ถ้าเป้าหมายคือไม่ต้องรู้สึกกังวลอีกเลย นั่นเป็นไปไม่ได้ เพราะความกังวลเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์ แต่ถ้าเป้าหมายคือหลุดจากปัญหาความกังวลเรื้อรังที่ติดอยู่ "ทำได้แน่นอน"

เขาเตือนด้วยว่าการฟื้นตัวใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี ไม่ใช่ไม่กี่วัน และขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนรถไฟเหาะ "มีความหวังเสมอ แม้คุณจะมีปัญหาความกังวลมาหลายสิบปีแล้วก็ตาม"

ข้อควรรู้

บทความนี้เป็นความเรียงจากประสบการณ์ของผู้เขียนและการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัย การรักษาที่ได้ผลกับผู้เขียน รวมถึงยาที่เธอใช้ อาจไม่เหมาะกับคนอื่น การวินิจฉัยและการใช้ยาต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น

สำหรับผู้อ่านในไทย

ถ้าคุณสังเกตว่าความกังวลอยู่กับคุณนานเป็นเดือน ไม่หายแม้เรื่องจบแล้ว ทำให้นอนไม่หลับ หรือทำให้เลี่ยงการออกไปใช้ชีวิต ลองปรึกษาแพทย์ทั่วไป จิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยาคลินิก โรงพยาบาลรัฐหลายแห่งมีคลินิกจิตเวช และส่วนใหญ่ใช้สิทธิการรักษาของคุณได้ (สอบถามโรงพยาบาลตามสิทธิ)

ถ้ารู้สึกไม่ไหว หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

บทความนี้สรุปงานวิจัยเพื่อความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้ามีอาการหรือความกังวลเรื่องสุขภาพ ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ หากรู้สึกไม่ไหว โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา

  1. Psyche: India Sturgis, Everyone says they have anxiety. Clinical anxiety is different (26 ต.ค. 2026)
  2. กรมสุขภาพจิต สายด่วนสุขภาพจิต 1323
  • สุขภาพจิต
  • ความวิตกกังวล
  • การนอน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

จิตวิทยา

แทงบอลถี่ ยิ่งมั่นใจเกินจริง งานวิจัยอธิบาย "วงจรอันตราย" ของการพนันกีฬาในแอป และทำไมคนโทษตัวเองถึงไม่ขอความช่วยเหลือ

การเดิมพันถี่ ๆ ในแอปปลุกความอยากเอาชนะ แล้วความอยากชนะทำให้มั่นใจในฝีมือทายผลเกินจริง เมื่อเสียหนัก คนที่โทษดวงกลับยอมขอความช่วยเหลือมากกว่าคนที่โทษตัวเอง

จิตวิทยา

วันไหนงานหนัก วันนั้นรักจางลง งานวิจัยติดตามคู่รัก 100 คู่ 14 วัน พบความเครียดนอกบ้านซึมเข้าความรัก

วันที่เจอเรื่องกวนใจนอกความสัมพันธ์มากกว่าปกติ คนเรารู้สึกรัก หลงใหล และใกล้ชิดกับคนรักน้อยลงในคืนนั้น ข่าวดีคือผลมีขนาดเล็กและผ่านไปได้

จิตวิทยา

ลูกตัดขาดพ่อแม่ เกี่ยวกับนิสัยไหม งานวิจัยพบพ่อแม่ที่ "กระตือรือร้น" สูง เสี่ยงถูกลูกตัดขาดมากกว่า

ในครอบครัวที่ความสัมพันธ์ตึงเครียดอยู่แล้ว พ่อแม่ที่เป็นคนเปิดเผยและกระตือรือร้นสูงมีโอกาสถูกลูกตัดขาดมากกว่า ส่วนลูกที่ใจเปิดกว้างมีโอกาสตัดขาดน้อยกว่า

จิตวิทยา

แผ่เมตตาออนไลน์ 4 สัปดาห์ ไม่ช่วยลดปวดมากกว่าฝึกคลายกล้ามเนื้อ งานทดลองจาก Georgetown พบผลที่ไม่คาด

ทีมวิจัยหวังว่าเมตตาภาวนาจะทำให้คนรู้สึกมีเพื่อนมากขึ้นและทนความเจ็บปวดได้นานขึ้น แต่กลุ่มที่ฝึกคลายกล้ามเนื้อกลับรู้สึกว่ามีคนพึ่งพาได้มากกว่า

ล่าสุด

แนวคิด

"นี่ไม่ใช่แค่คอร์ส แต่คือการเดินทาง" ทำไม AI ชอบเขียนแบบนี้ งานวิจัยชี้เป็นวาทศิลป์อายุ 2,000 ปี

ประโยคปฏิเสธแล้วยกระดับที่เจอบ่อยในข้อความจาก AI มีชื่อเรียกมาตั้งแต่ยุคซิเซโร งานวิจัยใหม่พบว่าโมเดลใช้มากเกินในสุนทรพจน์ แต่ใช้น้อยเกินในการตอบคำถามแบบสบาย ๆ

จิตวิทยา

ทำไมคนเราอยากลงโทษ งานวิจัยชนเผ่าในอินโดนีเซียกับคนอเมริกันพบ ใจเราอยากได้ทั้ง "ชดใช้" และ "เข็ดหลาบ"

ทั้งชาวเมนตาไวในป่าฝนอินโดนีเซียและชาวอเมริกันต้องการให้คนผิดคืนของที่เสียหาย แล้วจ่ายเพิ่มอีกนิดเพื่อไม่ให้ทำซ้ำ ความโกรธของเราคำนวณสองอย่างนี้พร้อมกัน

แนวคิด

ความเศร้าที่ไม่มีใครตาย ทำไมเลิกกับแฟน เพื่อนหาย หรือพ่อแม่เปลี่ยนไป ถึงเจ็บเหมือนสูญเสีย

นักปรัชญาจากมหาวิทยาลัยออสโลเสนอว่า ความโศกคือ "ความรักที่ไม่มีที่ไป" และความตายเป็นแค่หนึ่งในหลายเหตุของมัน

ปรัชญา

ต้นไม้ไร้ประโยชน์ของจวงจื่อ นิทาน 2,300 ปีที่ถามคนทำงานยุคนี้ว่า ต้องมีประโยชน์ตลอดเวลาจริงหรือ

ช่างไม้เดินผ่านต้นไม้ยักษ์ไปโดยไม่เหลียวมอง เพราะเนื้อไม้ใช้ทำอะไรไม่ได้ และนั่นคือเหตุผลที่มันรอดมาจนแก่เฒ่า

จิตวิทยา

ทัวร์ลงเพราะอะไร งานวิจัยเกาหลีพบ "ความสะใจ" กับ "อยากดูเป็นคนดี" อยู่เบื้องหลังการล่าแม่มดออนไลน์

ยิ่งรู้สึกสะใจเวลาเห็นคนผิดถูกประจาน ยิ่งเชื่อว่าการรุมประณามในโซเชียลช่วยสร้างความยุติธรรม